Dear Yok & Rob,


ขอแสดงความยินดีกับคุณทั้งสองด้วยนะคะ 

เป็นเกียรติที่ได้ทำชุดเจ้าสาวให้คุณหยกในวันสำคัญ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในวันที่มีความหมายมากๆของคุณทั้งคู่ค่ะ


ในฐานะดีไซเนอร์ รู้สึกปลาบปลื้มดีใจที่ลูกค้ามีความสุขมาก กับชุดที่เธอได้ฝันไว้และทำออกมาได้ตรงกับใจของเธอค่ะ


ขอบคุณมากๆนะคะน้องหยกที่เขียนจดหมาย

ความประทับใจที่มีต่อ Nhoo Matthews Atelier


ขอให้คุณทั้งสองมีความสุขสมหวังตลอดไปนะคะ

​:-)


Congratulations!


Nhoo Matthews

Letter of Testimonial from Khun Yok, The Bride-to-be
" ประสบการณ์จากเจ้าสาวที่มาใช้บริการ made-to-order กับ Nhoo Matthews Atelier "



 

Meeting the bride

ขอแนะนำตัวนะคะ เจ้าสาวชื่อ คุณอุมาพร ขุนทองเพชร ชื่อเล่น หยก ค่ะ เจ้าบ่าวชื่อ Mr. Robert Egrot ชื่อเล่น Rob การที่เราสองคนได้มาพบเจอกันนั้น ค่อนข้างเหมือนคนส่วนใหญ่ ที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศแล้วได้พบ "เนื้อคู่" ค่ะ ในปี 2011 หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี หยกตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโททันที ในคณะ International Business, University of Leeds ณ เมืองลีดส์ สหราชอาณาจักร ก่อนที่จะเปิดภาคการศึกษาแรก หยกตัดสินใจไปเที่ยว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่กรุงลอนดอน เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ ที่นั่นเอง กลับทำให้หยกกับร็อบได้รู้จักกัน โดยผ่านการแนะนำจากเพื่อนชาวอังกฤษของรุ่นพี่ที่คณะ ที่หยกไปพักอยู่ด้วย (ซึ่งได้ศึกษาต่อปริญญาโท ณ ประเทศอังกฤษเช่นกัน)

 
Planning the wedding and finding the place to make your “Dream Dress”

หยกใช้เวลาวางแผนงานแต่งนานถึง 1 ปีเลยกับการหาสถานที่ "ที่ใช่" ว่ายากแล้ว การหาชุดที่ "ใช่มากๆ" นั้นยากกว่า ความคิดเริ่มแรกของการหาสถานที่จัดงานคือ outdoor ค่ะ อีกอย่าง หยกชอบบรรยากาศของ งานแต่งงานริมทะเล ด้วย ไอเดียของชุดเจ้าสาวที่แตกต่าง ไม่เหมือนชุดเจ้าสาวทั่วไปที่กระโปรงหนาหลายชั้น ฟูฟ่อง หรืออึดอัด เดินไปมาไม่คล่องตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่หยกให้ความสนใจ  ทั้งที่หยกก็หาข้อมูลจากร้านชุดแต่งงานมากมาย หลายบริเวณ ไม่ว่าจะในตัวเมืองกรุงเทพ หรือเขตโดยรอบ ที่ไหนคนนิยมไปใช้บริการ หยกก็เก็บรายละเอียดมาหมด แต่ แบบชุดแต่งงานกลับไม่ได้ตอบโจทย์ ที่หยกต้องการเลยแม้แต่ที่เดียว ยิ่งนานวัน ความคาดหวังที่จะเจอ "ชุดที่ใช่" จึงน้อยลงเรื่อยๆ

 จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่หยกหาข้อมูลใน Facebook เลื่อนดู News feed ไปมา ทันใดนั้นเอง ตาก็เหลือบไปเห็น Page ที่น้องสายรหัสในเอกคนหนึ่งที่รู้จัก กด Like ชื่อว่า "Nhoo Matthews" ไม่ได้สะดุดตาที่ชื่อนะคะ แต่กลับสะดุดตา ตรงภาพ Cover Photo แทน จึงเลื่อนหน้าเฟสบุ๊คกลับขึ้นมาเพื่อดูให้แน่ใจ ชุดที่โชว์อยู่บน cover Photo นั้น "ใช่" เลย เมื่อเกิดความสนใจ จึงคลิกเข้าไปดูทันที ความรู้สึกตอนนั้นคือ ในที่สุดแบบชุดเจ้าสาวที่ค้นหามานานหลายเดือน ก็เจอซะที ทุกภาพ ทุกชุด เป็นการออกแบบที่ทันสมัยแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของสไตล์ดั้งเดิม โดยเฉพาะแนว กรีก-โรมัน ค่ะ แต่หยกก็ไม่ได้ติดต่อ ทางร้านในทันที หยกมานั่งหาข้อมูลเพิ่มจากเว็บไซต์ ว่า Nhoo Matthews คือใคร ประวัติร้านเป็นมาอย่างไร ปรากฎว่าข้อมูลมีไม่มากเลย รู้แต่เพียงว่า คุณหนู สุดาภรณ์ แมทธิวส์ เป็นดีไซน์เนอร์มีฝีมือการเรียนตัดเย็บจากสถาบัน F.I.T. ชื่อดัง ที่เพิ่งย้ายกลับมาจาก ประเทศอเมริกา และขณะนั้นเพิ่งเปิดร้าน studio ห้องเสื้อในกรุงเทพฯ ได้ไม่นาน หยกจึงสอบถามเพิ่มเติมจากน้องสายรหัส ที่รู้จักคนนั้น และได้รับคำแนะนำให้ติดต่อกับพี่หนูโดยตรง ซึ่งในขณะนั้นน้องกำลังเรียนเทคนิคการตัดเย็บกับพี่หนู

 
Meeting with Nhoo Matthews Atelier

บอกได้เลยว่าประทับใจ ร้านพี่หนูไม่ใช่ร้านแรกที่หยกเข้าไปติดต่อ มันแตกต่างตั้งแต่การติดต่อสอบถาม ผ่านทางโทรศัพท์  (ครั้งแรกโทรไม่ติด หยกคิดว่า น่าจะยุ่ง ค่อยโทรใหม่ดีกว่า ปรากฏว่า พี่หนูโทรกลับมาหา ลูกค้าอย่างเรา และพูดจาสุภาพมาก) การนัดหมายเยี่ยมชมที่ studio ซอย สุขุมวิท 13 จึงเริ่มขึ้น เมื่อไปถึงครั้งแรก ก็ได้เห็น Studio ขนาดแบบมินิออฟฟิศ แต่สะอาดสะอ้าน และให้ความรู้สึกว่า ดีไซน์เนอร์คนนี้ ทำงานเป็น ระเบียบเรียบร้อย เพราะทุกอย่างจัดวางอย่างเข้าที่เข้าทาง มีมุมตัดเย็บ มุมออกแบบ มุมเก็บตัวอย่างผ้า มุมโชว์ผลงานที่แขวนเสื้อผ้าเป็นแถว มุมใส่เครื่องประดับต่างๆ และมุมโต๊ะทำงานส่วนตัว ที่เปิดเพลงคลอเบาๆ ฟังแล้วเพลินดี 


สิ่งที่หยกแปลกใจอีกอย่างคือ ทั้งออฟฟิศ มีแค่หยก กับพี่หนู โดยพี่หนูให้เหตุผลว่า หากมีลูกค้าต้องการสอบถามข้อมูล พี่หนูก็อยากให้ความเป็นส่วนตัว และใช้เวลาเต็มที่ กับลูกค้าคนนั้นไปเลย หยกได้ฟังแล้วก็ชอบค่ะ เพราะมันทำให้เรารู้สึกเป็นคนพิเศษ และสำคัญกับทางร้าน อยากถามอะไรก็ถาม เดินเลือกชุดหรือพูดคุยก็ทำได้เต็มที่  เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา น้อยนักที่จะได้คุย เป็นการส่วนตัวนานเป็นชั่วโมงกับเจ้าของร้าน หากไม่ใช่คนสำคัญอะไรนัก พวกเขาอาจจะปลีกตัวมาได้สั้นๆ หรือไม่ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเด็กในร้านมาต้อนรับเราแทน อีกทั้งเราอาจรู้สึกเกรงใจ ที่หากบังเอิญอยาก ลองชุดเดียวกับคนอื่นที่มาร้านในเวลาไล่เลี่ยกัน นอกจากนั้น การให้ข้อมูลด้านอื่นหรือประเมิณ ราคาชุดก็มีความเป็นไปได้ที่จะคลาดเคลื่อนด้วย เจอมาด้วยตัวเองหลายแบบเลยค่ะ  

 
Working with Nhoo Matthews

หยกบอกพี่หนูว่า งานจัดที่ไหน เมื่อไหร่ อยากได้ชุดแบบไหน เอาแบบให้ดู เนื้อผ้าประมาณไหน สีผ้าเป็นยังไง แล้วพี่หนูก็วาดๆ เขียนๆออกมา ก็สรุปมาเข้าใจตรงกัน แล้วเราจึงนัดวันวัดตัวครั้งต่อไป พอคุยกันได้สักพักใหญ่ พี่หนูก็พาหยกเดินชม studio ปิดท้ายค่ะ พร้อมทั้งเสนอความคิดเพิ่มเติม เกี่ยวกับชุด เผื่อเป็นไอเดียให้กับเรา (ซึ่งพอวันงานจริงๆ ไอเดียพี่หนู ทำให้ชุดแต่งงานพริ้ว ตามลม เข้ากับบรรยากาศริมทะเลมากๆเลย และกลายเป็นลูกเล่นสำหรับการถ่ายรูปได้เป็นอย่างดี) พี่หนูยังใจดีมากๆ ด้วยการเชิญชวนให้ หยกลองชุดที่มีอยู่แล้วใน Gallery พร้อมทั้งเครื่องประดับ ให้ดูว่าเราชอบมั้ยถ้าได้ สวมใส่แล้วจริงๆ ชุดเหล่านั้น หยกจำได้ว่า พรีเซนเตอร์ อย่างคุณศรีริต้า เจนเซ่น เคยสวมใส่ และเธอก็สวยสง่ามาก แต่พี่หนู ก็ไม่ได้หวงเลย ที่จะให้คนธรรมดาอย่างหยกได้ลอง  หยกจับๆดูทีละชุดชุด พลิกดูตะเข็บ ฝีเย็บ คิดว่างานประณีตและใช้วัสดุ สำหรับแต่ละชุดได้อย่างเหมาะสมค่ะ ยิ่งชอบ และเทใจให้เต็มที่


การเยี่ยมชม studio ครั้งนั้นสนุกและประทับใจมาก หยกจึงเดินกลับบ้านไปแบบหน้ายิ้มแฉ่งเต็มที่ และบอกว่าที่สามีในขณะนั้นว่า "ชั้นหาชุดแต่งงานในฝันได้แล้ววววว"   แล้ววันวัดตัวก็มาถึง พี่หนูใส่ใจใน ทุกรายละเอียด มีชุดให้เปลี่ยนสำหรับใช้วัดตัว เพื่อเป็นมาตรฐานโดยเฉพาะ เก็บบันทึกขนาดตัวของลูกค้าไว้ และคุยกันว่าแต่ละส่วนของชุดจะเป็นประมาณนี้ ความเข้าใจ เราตรงกันมั้ย คุยถึงสภาพความเป็นไปได้ ของลักษณะอากาศและแวดล้อมที่จะมีผลกับชุด พร้อมทั้งเสนอแนะเพิ่มเติม ให้เราได้เลือก และตัดสินใจ หยกบอกพี่หนูว่า ใช้เวลาให้เต็มที่เลยค่ะ พร้อมฟิตติ้งเมื่อไหร่ โทรหาหยกได้เลย แล้วเราก็มีการฟิตติ้งครั้งแรก เพื่อดูว่า มีจุดไหนที่ควรจะแก้ก่อนที่จะสายไปมั้ย พอใจกับขนาดความยาวของชุด หรือชอบสัมผัสของเนื้อผ้ามั้ย จะเอาหนาบางกว่านี้รึเปล่า ซึ่งเราก็ได้แก้ไขและตกลงที่จะกลับมาลองชุดแบบไฟนอลกัน

 
Having Your Dream Dress

วันลองชุดครั้งสุดท้าย ตื่นเต้นมาก ที่จะได้เห็นชุดที่ตัดเย็บเสร็จสมบูรณ์ หยกเอาอุปกรณ์รองเท้ามาพร้อม เพื่อจำลองให้เหมือนวันจริง หยกมองตัวเองในกระจก ไม่คิดว่าเราจะมีคนที่ ช่วยสร้างชุดในฝันให้กลายเป็นจริงขึ้นมา และได้ครอบครอง เป็นเจ้าของมันได้ ชุดสวย พอดีตัว ไม่หนักหรือบางจนเห็นด้านใน และเดินได้คล่องตัวมากๆ เหมาะกับที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ปลื้มปิติไปเลยค่ะ

 วันที่หยกไปรับชุดกับแฟน เขาเองก็ยังพูดด้วยความพอใจว่าชุดสวยมาก นอกจากนั้นพี่หนูก็ยังเตรียมผ้าพันคอของร้าน ที่ออกแบบเอง ให้เป็นของขวัญ พร้อมทั้งการ์ดอวยพร มันเป็นความรู้สึก ที่ไม่คิดว่า ดีไซเนอร์คนนึงจะทำให้ลูกค้าธรรมดาอย่างหยก ประทับใจ ได้ตั้งแต่วันแรก จนวันสุดท้ายที่งานเสร็จ ทำให้หยกรับรู้ถึงการแสดงความยินดีอย่างจริงใจ เป็นมากกว่าการทำธุรกิจระหว่าง ผู้ซื้อผลงานและผู้ขายผลงาน

สุดท้ายนี้หยกขอขอบคุณพี่หนูที่ออกแบบ ตัดเย็บชุดงานแต่งให้กลายเป็นที่จดจำแก่เจ้าบ่าวเจ้าสาว และทุกคนในงาน ทำให้วันแต่งงานของเรานั้นสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ


ขอบคุณนะคะ


Yok